โรคอีสุกอีใสและวัคซีนอีสุกอีใส

ทำไมต้องฉีดวัคซีน
Ø อีสุกอีใสเป็นโรคทั่วไปที่มักพบได้ในวัยเด็ก เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงแต่อาจเป็นอันตรายได้ หากเกิดขึ้นกับเด็กอ่อนหรือผู้ใหญ่
· ทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำ คัน เป็นไข้และอ่อนเพลีย
· อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง เกิดแผลเป็น ปอดบวม สมองพิการหรือเสียชีวิต
· ไวรัสอีสุกอีใส แพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งทางอากาศหรือการสัมผัสของเหลวที่ไหลออกจากตุ่มอีสุกอีใส
· ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้วอาจป่วยเป็นโรคที่มีตุ่มน้ำร่วมกับอาการปวดแสบปวดร้อนที่เรียกว่า งูสวัด ได้อีก
Ø วัคซีนโรคอีสุกอีใสสามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้
โดยทั่วไป ผู้ที่ฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแล้วจะไม่เป็นโรคนี้ แต่อาจมีบ้างในบางราย ที่ถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังอาจติดเชื้ออีสุกอีใสได้ แต่จะเกิดตุ่มน้อยกว่าและไม่ค่อยเป็นไข้ ทั้งยังหายเร็วกว่ากรณีที่ไม่ได้รับวัคซีน
ใครควรรับการฉีดวัคซีนและเมื่อไหร่
Ø ฉีดปกติ
เด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไปจนถึง 12 ปี อาจให้ 1 หรือ 2 เข็ม (ขึ้นกับคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในประเทศ) สำหรับประเทศไทยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยแนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 สัปดาห์ผู้ที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนเลย หรือผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใสมาก่อน) ควรได้รับการฉีด 2 เข็มห่างกันอย่างน้อย 6 สัปดาห์
Ø ฉีดเพิ่มเติม
· เด็กหรือวัยรุ่นที่รับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใสไม่ครบตามจำนวน อาจรับการฉีด อีกหนึ่งหรือสองเข็ม กรุณาสอบถามจากแพทย์ของท่าน
· วัคซีนอีสุกอีใสอาจจะให้พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นๆได้
ผู้ที่ไม่ควรฉีดวัคซีนอีสุกอีใสหรือควรรอก่อน
Ø ผู้ที่ไม่ควรรับวัคซีนอีสุกอีใส คือคนที่เคยแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายกับชีวิตเมื่อฉีดวัคซีนนี้ในครั้งก่อน หรือผู้ที่เคยแพ้สารเจลลาตินหรือยาปฏิชีวนะนีโอมัยซิน
· ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยปานกลางหรือป่วยหนักในระหว่างเวลาที่ต้องฉีดวัคซีน ควรรอจนกว่าจะหายเป็นปกติจึงค่อยฉีดวัคซีนนี้
· หญิงมีครรภ์ควรรอจนกระทั่งหลังคลอดแล้ว สตรีไม่ควรตั้งครรภ์ในระยะ 1 เดือน หลังได้รับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใส
· ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสมควรจะฉีดวัคซีนอีสุกอีใสหรือไม่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์ หรือโรคอื่นที่มีผลกระทบต่อระบบภูมิต้านทานกำลังได้รับการรักษาด้วยยาที่มีผลกระทบกับระบบภูมิต้านทาน เช่น ยาสเตอร์รอยด์ ประมาณสองสัปดาห์หรือนานกว่าเป็นโรคมะเร็งทุกชนิด กำลังรับการบำบัดมะเร็งด้วยรังสีหรือเคมีบำบัด ผู้ที่เพิ่งจะได้รับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดจากผู้อื่นมาใหม่ๆ ควรปรึกษาแพทย์ของท่านก่อนว่าเมื่อไรไหร่จึงสมควรจะฉีดวัคซีนได้
วัคซีนอีสุกอีใสปลอดภัยเพียงใด
Ø วัคซีนก็เหมือนกับยาทุกชนิดที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่นปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามอันตรายจากวัคซีนอีสุกอีใสที่ทำให้ป่วยหนักหรือถึงแก่ชีวิตมีอัตราน้อยมาก
Ø การรับวัคซีนอีสุกอีใสปลอดภัยมากกว่าการเป็นอีสุกอีใสมากนัก บุคคลส่วนมากที่รับวัคซีนอีสุกอีใสไปแล้วมักไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ปฏิกิริยามักเกิดขึ้นหลังการฉีดเข็มที่แรกมากกว่าภายหลังจากการฉีดเข็มที่สอง
Ø ผลไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรง
· ระบมหรือบวมบริเวณที่รับการฉีดวัคซีน
· มีไข้
· มีผื่นขึ้นอาจนานถึงหนึ่งเดือนหลังจากฉีดวัคซีน อาจเป็นไปได้ที่บุคคลเหล่านี้จะแพร่เชื้อให้บุคคลในครอบครัวได้แต่มีโอกาสน้อยมาก
Ø ผลไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงปานกลางอาการชัก (กระตุกหรือตาค้าง) ที่เกิดจากไข้สูง (พบน้อยมาก)
Ø ผลไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงปวดบวมอย่างรุนแรง (พบน้อยมาก)
Ø ผลไม่พึงประสงค์รุนแรงอื่นๆที่เคยมีรายงานภายหลังจากฉีดวัคซีนอีสุกอีใส รวมถึงปฏิกิริยารุนแรงต่อสมองและเม็ดเลือดต่ำเกิดขึ้นน้อยมากจนผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แต่ถึงแม้จะใช่ก็เกิดขึ้นน้อยมากๆ