CakePHP : Rapid Development Framework  
 

CakePHP : Rapid Development Framework

CakePHP : Rapid Development Framework

CakePHP : Rapid Development Framework
CakePHP : Rapid Development Framework
CakePHP : Rapid Development Framework
CakePHP : Rapid Development Framework




CakePHP : Rapid Development Framework

CakePHP : Rapid Development Framework
CakePHP : Rapid Development Framework

คุณอ้วนหรือไม่ ทราบได้อย่างไร


CakePHP : Rapid Development Framework

การที่จะสรุปว่าคุณอ้วนหรือไม่อ้วนดูได้จาก เกณฑ์วัดค่าดัชนีความหนาแน่นของร่างกาย
(BODY MASS INDEX)
หรือ (BMI) ซึ่งมีสูตรดังต่อไปนี้

  BMI = น้ำหนักตัว (ก.ก.) / [ความสูง (ม.) x ความสูง (ม.)]
เช่น น้ำหนัก 63.5 ก.ก. / [1.56 ม. X 1.56 ม.]

ดังนั้นค่า BMI = 26.09   ผลคือ ค่อนข้างอ้วน
 

  ค่า BMI   ความหมาย  
         
  17.00 - 18.49   ค่อนข้างผอม  
  18.50 - 24.99   เหมาะสม  
  25.00 - 29.99   ค่อนข้างอ้วน  
  30.00 - 39.99   โรคอ้วน  
  40 ขึ้นไป   อ้วนผิดปกต  
         
         

 



CakePHP : Rapid Development Framework

มะเร็งเต้านม


CakePHP : Rapid Development Framework

สาเหตุ
สาเหตุของมะเร็งเต้านม เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ปัจจัยด้านพันธุกรรม ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง และฮอร์โมนเพศหญิงสูง

ลักษณะของโรค
มีก้อนเล็กๆที่เต้านม มักมีอาการเจ็บปวด บวมหรืออักเสบ ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาอาจคลำพบก้อน เต้านมมีรูปร่างผิดปกติ ผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะหยาบและขรุขระ มีการดึงรั้งของหัวนม ในบางรายเมื่อบีบหัวนมจะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึม

ใครที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
•  เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุน้อย
•  หมดประจำเดือนเมื่ออายุมาก
•  ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
•  มีแม่ พี่น้อง หรือลูก เป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี
•  การใช้ยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุน้อยและใช้เป็นเวลานาน

•  การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือน

วิธีการป้องกัน
โรคมะเร็งเต้านมนั้น ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติในระยะเริ่มต้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำการตรวจค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ และการรักษาอาจทำได้โดยการตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออก ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเต้านมทิ้ง ในทางตรงข้ามหากไม่มีการตรวจค้นหามะเร็งเต้านม และรอจนกระทั่งมีอาการผิดปกติ มะเร็งอาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้


การตรวจค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นทำได้ดังนี้
•  การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี ตรวจดูเดือนละครั้ง
   ทำหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้ว 3 วัน
•  การตรวจเต้านมโดยแพทย์ผู้ชำนาญปีละครั้ง ผู้หญิงที่มีอายุ 20
   ปีขึ้นไป และกลุ่มที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสามารถทำการตรวจได้
•  การตรวจเอกซเรย์เต้านม หรือที่เรียกว่า MAMMOGRAM
   (แมมโมแกรม) และ ULTRASOUND (อัลตร้าซาวด์) ปีละครั้ง
   ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสามารถ
   ทำการตรวจได้


ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้อย่างไร
•  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
•  หลดน้ำหนักส่วนเกิน
•  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
•  งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์



CakePHP : Rapid Development Framework

สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วยวัคซีน


CakePHP : Rapid Development Framework

  อายุ   ชนิดของวัคซีน  
         
  แรกเกิด   วัคซีนป้องกันโรค (บีซีจี)
ไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 1

 
 
  1 เดือน   ไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 2

 
 
  2 เดือน   วัคซีนรวมคอตีบ ไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
บาดทะยัก โปลิโอ โรคเยื่อหุ้มสมอง
อักเสบจากเชื้อฮิบครั้งที่ 1

 
 
  4 เดือน   วัคซีนรวมคอตีบ ไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
บาดทะยัก โปลิโอ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
จากเชื้อฮิบครั้งที่ 2

 
 
  6 เดือน   วัคซีนรวมคอตีบ ไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
บาดทะยัก โปลิโอ โรคเยื่อหุ้มสมอง
อักเสบจากเชื้อฮิบครั้งที่ 3
ไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 3

 
 
  9 – 12 เดือน   วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูมครั้งที่ 1
วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ
เมื่ออายุ 1 – 1 ปีครึ่ง ครั้งที่ 1
วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 2
(ห่างจากครั้งแรก 1 – 2 สัปดาห์)
1 ปีขึ้นไป วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ***

 
 
  1 ปีครึ่ง   วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
บาดทะยัก และโรคโปลิโอ ครั้งที่ 4

 
 
  2 – 2 ปีครึ่ง   วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3
(ห่างจากครั้งแรก 1 ปี)
วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ ***
(2 เข็มห่างกัน 6 เดือน)

 
  4 – 6 ปี   วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
บาดทะยักและโรคโปลิโอ ครั้งที่ 5
วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 2
วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 4

 
         

หมายเหตุ   *** วัคซีนที่ให้ตามดุลยพินิจของแพทย์และผู้ปกครองของเด็ก ควรปรึกษากุมารแพทย์
เพื่อให้ลูกได้รับวัคซีนที่ถูกต้องเหมาะสมและครบตามกำหนด



CakePHP : Rapid Development Framework

โรคอีสุกอีใสและวัคซีนอีสุกอีใส


CakePHP : Rapid Development Framework

  ทำไมต้องฉีดวัคซีน

 Ø อีสุกอีใสเป็นโรคทั่วไปที่มักพบได้ในวัยเด็ก เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงแต่อาจเป็นอันตรายได้ หากเกิดขึ้นกับเด็กอ่อนหรือผู้ใหญ่

· ทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำ คัน เป็นไข้และอ่อนเพลีย

· อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง เกิดแผลเป็น ปอดบวม สมองพิการหรือเสียชีวิต

· ไวรัสอีสุกอีใส แพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งทางอากาศหรือการสัมผัสของเหลวที่ไหลออกจากตุ่มอีสุกอีใส

· ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้วอาจป่วยเป็นโรคที่มีตุ่มน้ำร่วมกับอาการปวดแสบปวดร้อนที่เรียกว่า งูสวัด ได้อีก

Ø วัคซีนโรคอีสุกอีใสสามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้

    โดยทั่วไป ผู้ที่ฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแล้วจะไม่เป็นโรคนี้ แต่อาจมีบ้างในบางราย ที่ถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังอาจติดเชื้ออีสุกอีใสได้ แต่จะเกิดตุ่มน้อยกว่าและไม่ค่อยเป็นไข้ ทั้งยังหายเร็วกว่ากรณีที่ไม่ได้รับวัคซีน

ใครควรรับการฉีดวัคซีนและเมื่อไหร่

Ø  ฉีดปกติ

    เด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไปจนถึง 12 ปี อาจให้ 1 หรือ 2 เข็ม (ขึ้นกับคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในประเทศ) สำหรับประเทศไทยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยแนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 สัปดาห์ผู้ที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนเลย หรือผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใสมาก่อน) ควรได้รับการฉีด 2 เข็มห่างกันอย่างน้อย 6 สัปดาห์

  Ø  ฉีดเพิ่มเติม

· เด็กหรือวัยรุ่นที่รับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใสไม่ครบตามจำนวน  อาจรับการฉีด อีกหนึ่งหรือสองเข็ม กรุณาสอบถามจากแพทย์ของท่าน

· วัคซีนอีสุกอีใสอาจจะให้พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นๆได้

ผู้ที่ไม่ควรฉีดวัคซีนอีสุกอีใสหรือควรรอก่อน

Ø     ผู้ที่ไม่ควรรับวัคซีนอีสุกอีใส คือคนที่เคยแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายกับชีวิตเมื่อฉีดวัคซีนนี้ในครั้งก่อน หรือผู้ที่เคยแพ้สารเจลลาตินหรือยาปฏิชีวนะนีโอมัยซิน

·      ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยปานกลางหรือป่วยหนักในระหว่างเวลาที่ต้องฉีดวัคซีน ควรรอจนกว่าจะหายเป็นปกติจึงค่อยฉีดวัคซีนนี้

·      หญิงมีครรภ์ควรรอจนกระทั่งหลังคลอดแล้ว สตรีไม่ควรตั้งครรภ์ในระยะ 1 เดือน หลังได้รับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใส

·      ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสมควรจะฉีดวัคซีนอีสุกอีใสหรือไม่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นโรคเอดส์ หรือโรคอื่นที่มีผลกระทบต่อระบบภูมิต้านทานกำลังได้รับการรักษาด้วยยาที่มีผลกระทบกับระบบภูมิต้านทาน เช่น ยาสเตอร์รอยด์ ประมาณสองสัปดาห์หรือนานกว่าเป็นโรคมะเร็งทุกชนิด กำลังรับการบำบัดมะเร็งด้วยรังสีหรือเคมีบำบัด ผู้ที่เพิ่งจะได้รับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดจากผู้อื่นมาใหม่ๆ ควรปรึกษาแพทย์ของท่านก่อนว่าเมื่อไรไหร่จึงสมควรจะฉีดวัคซีนได้ 

 

วัคซีนอีสุกอีใสปลอดภัยเพียงใด

Ø     วัคซีนก็เหมือนกับยาทุกชนิดที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่นปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามอันตรายจากวัคซีนอีสุกอีใสที่ทำให้ป่วยหนักหรือถึงแก่ชีวิตมีอัตราน้อยมาก

Ø     การรับวัคซีนอีสุกอีใสปลอดภัยมากกว่าการเป็นอีสุกอีใสมากนัก บุคคลส่วนมากที่รับวัคซีนอีสุกอีใสไปแล้วมักไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ปฏิกิริยามักเกิดขึ้นหลังการฉีดเข็มที่แรกมากกว่าภายหลังจากการฉีดเข็มที่สอง

Ø     ผลไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรง

·    ระบมหรือบวมบริเวณที่รับการฉีดวัคซีน

·     มีไข้

·     มีผื่นขึ้นอาจนานถึงหนึ่งเดือนหลังจากฉีดวัคซีน อาจเป็นไปได้ที่บุคคลเหล่านี้จะแพร่เชื้อให้บุคคลในครอบครัวได้แต่มีโอกาสน้อยมาก

Ø     ผลไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงปานกลางอาการชัก (กระตุกหรือตาค้าง) ที่เกิดจากไข้สูง (พบน้อยมาก)

Ø     ผลไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงปวดบวมอย่างรุนแรง (พบน้อยมาก)

Ø     ผลไม่พึงประสงค์รุนแรงอื่นๆที่เคยมีรายงานภายหลังจากฉีดวัคซีนอีสุกอีใส รวมถึงปฏิกิริยารุนแรงต่อสมองและเม็ดเลือดต่ำเกิดขึ้นน้อยมากจนผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แต่ถึงแม้จะใช่ก็เกิดขึ้นน้อยมากๆ

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



CakePHP : Rapid Development Framework
CakePHP : Rapid Development Framework
 
   
CakePHP : Rapid Development Framework